บล็อกคืออะไร
บล็อก Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog โดยการผสมคำระหว่าง WEB ( Wolrd Wide Web) +LOG
(บันทึก) = บล็อก
บล็อก หมายถึงเว็บไซต์ ในรูปแบบย่อส่วน ที่มีรูปแบบเนื้อหาเรียบง่าย เป็นกันเอง เหมือนกับการ
บันทึกเรื่องพูดคุยกันของคนที่ชอบหรือสนใจในเรื่องเดียวกัน คล้ายกับบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ
แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น comments ให้กับผู้เข้าชม และก็จะมี link แนะนำไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีก
ด้วย
บล็อก (Blog) เป็น เว็บไซต์ที่เจ้าของสามารถบันทึกบทความ รูปภาพ วีดีโอ ของตนเอง (Personal
Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็น
บทความเฉพาะด้านต่างๆ สามารถบันทึกเรื่องราวของตนเองลงในเว็บได้ตลอดเวลา การสร้างเว็บบล็อกสามารถ
ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ซับซ้อน ไม่เสียสตางค์ ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML อย่างน้อยขอให้มีความรู้พื้นฐาน
เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์บ้าง
บล็อก เป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบของการสื่อสารในอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเว็บไซค์
ซึ่งมีรูปแบบเป็นทางการมากกว่า บล็อกเกิดขึ้นมาเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปของเว็บไซค์ คนเขียนบล็อก
สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งสื่อสารมวลชน เขาสามารถสื่อสารกันเองในกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่ม
ใหญ่ก็ได้ ถ้าเรื่องไหน เป็นที่ถูกใจ ของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่จำเป็น
ต้องอาศัยสื่อหลักช่วยเลย
ตัวอย่างของ Blog ในขณะนี้คือ WeBlog ของ Blogger.com ซึ่งถ้าใช้โดเมนฟรี Url จะแสดงผลเป็น
ทำเว็บบล็อก.Blogspot.com แต่ถ้าจดโดเมนเอง จะเป็น ทำเว็บบล็อก.com
Tag คืออะไร
หลายๆ คนคงสังเกตเห็นไปแล้วนะครับว่าตรงบริเวณ New Entry (เขียนเรื่องใหม่) ของเรามีช่อง
เล็กๆ เพิ่มขึ้นมา ดังรูปข้างล่าง
ซึ่งก็มีคนลองใส่ไปแล้วพอสมควร คนที่ใส่ส่วนใหญ่จะรู้แล้วว่ามันคืออะไร สำหรับคนที่ไม่รู้ ช่องตรง
นี้เอาไว้ใส่ Tag ครับ ซึ่ง Tag ก็คือคำสั้นๆ สองสามคำ ที่เอาไว้อธิบายว่าเราเขียนเรื่องอะไร โดยพอใส่ไปแล้ว
Tag ของเราจะไปปรากฏใต้ Entry ที่เราเขียน ซึ่งเวลาที่ค้นหาจากหน้า Tag, Entry ของเราก็จะปรากฏในคำนั้น
ด้วย ตัวอย่าง Tag เช่น ผมเขียนเรื่อง ไปซื้อหนังสือที่งานหนังสือ ก็อาจจะใส่เป็น Book Bookfair Shopping
เป็นต้น หรือว่าถ้าเขียนเรื่องความรู้สึกหลังจากดู Seasons Change ก็อาจจะใส่เป็น Seasons Change, Movie,
Cinema, Review บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมอันบนไม่ต้องใส่ , (comma) แต่อันล่างต้องใส่ ซึ่งจะอธิบายใน
ส่วนต่อไปครับ
หลักการใส่ Tag
- ถ้าทุก Tag ไม่มีช่องว่าง เช่นจะใส่ Tag ว่า game,online,ragnarok ให้ใช้ space คั่นระหว่าง Tag ได้เลย เป็น
game online ragnarok ซึ่งจะนับเป็น 3 tags
- ถ้าบาง Tag มีช่องว่าง เช่นคำว่า "The Sims 2" หรือ "a day" มีวิธีใส่ให้เลือกสองวิธีครับ
• ใช้ comma คั่น โดยใส่เป็น game, The sims 2, a day โดยในกรณีนี้จะมองเป็น 3 tags
• ใช้เครื่องหมายคำพูด ครอบ tag ที่มีช่องว่าง โดยใส่เป็น game "The sims 2" "a day" ก็จะมองเป็น 3 tags
เช่นกัน จะเลือกวิธีแรกหรือวิธีนี้ก็ได้
• แต่ถ้าเราใส่ผิดเป็น game the sims 2 a day จะมองเป็น 6 tags คือ game,the,sims,2,a,day ซึ่งผิดจุด
ประสงค์
- คำที่มีอักษรตัวเดียวโดดๆ จะไม่นับเป็น Tag เช่น a,b,c,d..z,0...9 ดังนั้น จริงๆ แล้ว จากข้อที่แล้ว a กับ 2 จะไม่
นับเป็น tag
- คำว่า the โดดๆ ก็จะไม่นับเช่นกันครับ (แต่ถ้าอยู่กับคำอื่นเช่นใส่ว่า "The Sims" จะนับเป็น 1 tag ที่มีความยาว
8 ตัวอักษร ไม่งงนะ)
- ใส่ tag ได้มากที่สุด 10 คำต่อ 1 entry ครับ ใช้เฉพาะภาษาอังกฤษ
- ควรใส่ tag ให้ถูกต้อง มีความหมาย และเป็นที่นิยม โดยสามารถเช็คได้จาก หน้า tag ว่ามีใครใส่ tag อะไรที่
ใกล้เคียงกับเราไปแล้วบ้างหรือเปล่า เช่นจะ tag ว่า death note ควรจะมีเว้นวรรคหรือเปล่า (death note หรือ
deathnote) ก็ควรเช็คก่อนว่า แบบไหนที่มีคนเขียนไปแล้วมากกว่ากัน
ใส่ Tag ทำไม?
การใส่ Tag มีประโยชน์หลายอย่างดังนี้ครับ
• ใส่แล้ว exteen จะนำไปติดต่อกับ technorati ซึ่งเป็นเว็บรวม blog จากทั่วโลก ดังนั้น เวลาคนจากที่ต่างๆ
มา search tag ที่ตรงกับของเรา ก็จะเห็น blog เราด้วย
• ใส่แล้วจะปรากฏในหน้า Tag (ลิงค์จากหน้าแรก) เป็นการจัดหมวดหมู่ของเรื่องที่เขียนเหมือนๆ กัน ให้
อยู่รวมกัน ทำให้ค้นหาข้อมูลสะดวก เจ้าของบลอค ก็สามารถเผยแพร่เรื่องราวที่เขียน ได้ง่ายขึ้น คนหาก็
หาง่ายขึ้น
• ใส่แล้ว เราสามารถมาคลิกดูได้ว่า คนที่เขียน tag เหมือนเรานี้มีใครบ้าง จะได้สร้างเป็นสังคมย่อยๆ ต่อ
ไป
• สามารถดูเทรนด์ได้ว่า คนใน exteen ชอบเขียนเรื่องอะไรกัน