วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

มาทำคุ้กกี้กันเทอะน๊าาาาา
Duo Cookiesคุกกี้เนยสด
คุกกี้เนยสด หอม ๆ กรอบ ๆ มาให้ทดลองทำกันอีกแล้วค่ะ คุกกี้ สูตรนี้จะต้องมีตัวช่วย คือเจ้า กระบอกกดคุกกี้ ดังนั้นส้มเลยสาธิตวิธีการใช้ กระบอกกดคุกกี้ ไว้ให้ได้ชมด้วย สูตรเดิมเป็นของคุณแหม่ม Tiara ขอบพระคุณพี่แหม่มมากค่ะ สำหรับ สูตรขนม อร่อย พร้อมแล้วลุย

 คับเค้กบราวนี่
วันนี้มีขนมอร่อย เหมาะสำหรับมือใหม่หัดทำ หรือเด็ก ๆ อยากลองหัดทำขนมในช่วงปิดเทอม  มาแนะนำค่ะรับประกันความอร่อย ง่าย ๆ อุปกรณ์ไม่มาก (แต่ต้องมีเตาอบน้า..) สูตรนี้ส้มดัดแปลงมาจากพี่เจี๊ยบ – กั้งกระดาน ซึ่งเจ้าของสูตรเดิมมาจากแม่ปู (ปูนาขาเกฯ) ขอบพระคุณทั้งสองท่านมากค่ะ พร้อมจะอร่อยกันแล้วใช่ป่าว งั้นลุยกันเลย

คุ้กกี้มะพร้าวเเละถั่ว
 ใครชอบมะพร้าวบ้างเอ่ย  วันนี้ส้มชวนทำคุกกี้เนย กรุบ  ๆ  หอมกลิ่นมะพร้าวและถั่ว ทำไม่ยาก ใช้เวลาไม่นาน แถมอร่อยด้วย  ใครสนใจตามชมได้เลย


 

 

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

บท เรียน access

Access 2010
http://office.microsoft.com/th-th/access-help/

พลัง ด้านความมืด

ตั้งแต่ในปี  ค.ศ. 1929 ได้มีการค้นพบว่ากาแล็กซี่ที่ระยะไกลๆจากโลกนั้นเคลื่อนตัวออกจากกัน
โดยผลงานของนักดาราศาสตร์อเมริกัน เอ็ดวิน ฮับเบิล นักวิทยาศาสตร์ต่างถือเอาการค้นพบนี้
มาเป็นหลักฐานว่าเอกภพของเรากำลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมาคำถามที่นักดาราศาสตร์ต้องการทราบคำตอบมากที่สุดก็ คือ
เอกภพจะคงขยายตัวไปเรื่อยๆ หรือจะหดตัวกลับ



ทฤษฎีฟิสิกส์ได้อธิบายชะตากรรมของเอกภพว่า อัตราเร็วของการขยายตัวของเอกภพของเรานั้น
ขึ้นอยู่กับปริมาณมวลสารและพลังงานที่มีอยู่ในจักรวาล และอนาคตของเอกภพนั้นควบคุมด้วยอำนาจของแรงโน้มถ่วง
หรือ Gravitational force ซึ่งเป็นแรงที่กระทำต่อทุกๆสิ่งที่มีมวล (และ/หรือพลังงาน)
โดยจะดึงดูดอนุภาคหรือพลังงานเหล่านี้เข้าหากัน ยิ่งมวลหรือพลังงานมากเท่าไหร่
วัตถุก็จะถูกดูดเข้าหากันแรงมากขึ้นเท่านั้น



นักดาราศาสตร์จึงเชื่อว่าอัตราเร็วของการขยายตัวของเอกภพ จะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากแรงดึงดูดระหว่างมวลของดวงดาวกาแล็กซีและพลังงานอื่นๆ
ที่กระจายอยู่ในเอกภพ ชะตากรรมของเอกภพจึงเป็นไปได้เพียง 2กรณีคือ



1) ถ้ามวลและพลังงานที่มีอยู่ในเอกภพมีค่าไม่มากนัก มันขยายตัวออกไปเรื่อยๆจนอัตราการขยายตัวมีค่าคงที่
เอกภพจะเข้าสู่ช่วงที่หนาวเย็น



2) แต่ถ้ามวลสารและพลังงานมีค่ามากพอ นอกจากมันจะดึงดูดเอกภพ ให้ขยายตัวช้าลงแล้ว
มันจะมีพลังงานพอที่จะสามารถดึงให้เอกภพหดตัวกลับลงมา บีบให้กาแล็กซี่และดวงดาวต่างๆเข้ามาชนกันจนลุกเป็นเปลงเพลิงที่เรียกกันว่า
Big Crunch



นักดาราศาสตร์จึงต้องการวัดความเร็งในการขยายตัวของเอกภพว่าลดลงเท่าใด เพื่อที่จะได้นำมาทำนายชะตากรรมของเอกภพ



หลังจากพยายามมามากกว่า 70 ในที่สุดนักดาราศาสตร์ก็สามารถวัดอัตราเร่งของการขยายตัวของเอกภพได้เป็น ครั้งแรก
โดยการสังเกตุการระเบิดของดวงดาวที่เรียกว่า ซุปเปอร์โนว่า แต่ผลการสังเกตุกลับให้ผลที่น่าประหลาดใจ
เพราะเอกภพไม่ได้ขยายตัวช้าลง แต่กับขยายตัวด้วยอัตราที่เร็วขึ้น




ซุปเปอร์โนว่าคือการระเบิดของดาวฤกษ์เมื่อหมดสิ้นอายุขัย ซึ่งแบ่งแยกออกได้หลายแบบ
ชนิดหนึ่งในนั้นมีชื่อว่า การระเบิดชนิดที่หนึ่งเอหรือ Type Ia ซุปเปอร์โนว่า



นักวิทยาสาสตร์สามารถคำนวนหาตำแหน่งของการระเบิดว่าอยู่ห่างจากโลกเท่าไหร่ โดยอาศัยความสว่างของแสงที่เดินทางมาจากซุปเปอร์โนว่า
นอกจากนั้นแล้วยังสามารถ ที่จะหาความเร็วที่ซุปเปอร์โนว่าเคลื่อนที่ออกจากโลกโดยใช้เทคนิคเดียวกับ ที่ฮับเบิลใช้เมื่อปีค.ศ.1929


โดยอาศัยหลักที่ว่าเมื่อวัตถุเคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตุ ความยาวคลื่นของแสงที่มาจากวัตถุนั้นจะขยายตัวยาวขึ้น
ปรากฎการณ์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อปรากฎการณ์ Red Shift

แสงสว่างนั้นเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สเป็คตรัมหรือสีของแสงขึ้นอยู่กับความยาวคลื่นของมัน
ถ้าแสงมีความยาวคลื่นสั้นก็จะมีสีออกไปทางสีน้ำเงินหรือม่วง แต่ถ้าเป็นแสงคลื่นยาว
ก็จะให้สีที่ออกไปทางโทนของสีแดง และอาศัยผลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ซึ่งบอกว่า
ความยาวคลื่นแสงจากวัตถุที่เคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตุนั้น จะถูกยืดออกให้มีความยาวมากขึ้น
ดังนั้นแสงจากดวงดาวที่เคลื่อนที่ออกจากเราจึงมีความถี่เลื่อนออกไปทางโทนสี แดง



ผลจากการสังเกตุการระเบิดของซุปเปอร์โนว่าพบว่า ซุปเปอร์โนว่า Type Ia ที่อยู่ไกลจากโลก
จะเคลื่อนตัวออกด้วยอัตราเร็วที่มากกว่าซุปเปอร์โนว่าที่อยู่ใกล้โลกหลาย เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเอกภพขยายตัวออกด้วยอัตราเร่ง
ไม่ได้ขยายตัวช้าลงอย่างที่เราเข้าใจกัน




การค้นพบนี้ทำให้นักดาราศาสตร์เชื่อว่าชะตากรรมของเอกภพไม่น่าจะจบลงที่ Big Crunch
เพราะอัตราการขยายตัวมีค่าเพิ่มขึ้น เอกภพมีแน้วโน้มที่จะขยายตัวไปเรื่อยๆมากกว่า
จนกระทั้งพลังงาน ในดวงดาวต่างๆถูกเผาผลาญหมดไปเหลือไว้แต่ความหนาวเย็นเป็นยุคน้ำแข็งที่ เรียกว่า
Big Chill

การ เรียนรู้excel

Microsoft Excel

การกำหนด จำนวน Sheet ให้ Excel กล่าว นำ
Excel ได้ถูกออกแบบให้ทำงานภายใน Sheet เมื่อเปิดแฟ้ม Excel ขึ้นมาในแต่ละครั้ง Workbook ที่เปิดก็จะพบกับกระดาษแผ่นงาน (Worksheet) หลายแผ่น เรียงกันเป็น Sheet1 Sheet2 ติดต่อกันไป อยู่ในตำแหน่งซ้ายล่างของหน้าต่างโปรแกรม โปรแกรม Excel ที่ติดตั้งครั้งแรกส่วนใหญ่ได้กำหนดจำนวน Sheet ให้มีไว้ 3 Sheet กรณีที่ผู้ใช้ต้องการใช้ Sheet มากกว่าจำนวน Sheet ที่กำหนดไว้ก็ต้องมีการเพิ่ม Sheet มีวิธีที่สามารถกำหนดจำนวน Sheet ให้ Excel ตามความต้องการของผู้ใช้ได้และเมื่อไม่ต้องการให้ Sheet ปรากฏอยู่ในแฟ้มงานก็ให้ลบ Sheet นั้นออกไป
 การเพิ่มจำนวน Sheet
   วิธีที่ 1
ไปที่ เครื่องมือ/ตัวเลือก (รูปที่ 1-1) ที่กรอบตอบโต้ของตัวเลือก ให้กดเลือกแถบเมนูทั่วไป ที่ช่องรายการแผ่นงานในสมุดงานใหม่ กดปุ่มลูกศรขึ้นเพื่อเลือกจำนวนแผ่นงานที่ต้องการให้เพิ่มขึ้นหรือกดปุ่มลูก ศรลงเพื่อเลือกจำนวนแผ่นงานที่ต้องการให้ลดลง (รูปที่ 1-2) กดปุ่ม ตกลง
หลังจาก กำหนดจำนวนแผ่นงานในสมุดงานใหม่ด้วยวิธีนี้แล้วจะมีผลกับการเปิดโปรแกรม Excel ในครั้งต่อไปและสามารถตั้งค่าจำนวน Sheet ได้ สูงสุด 255 Sheet
วิธีที่ 2
ไปที่ แทรก/แผ่นงาน Sheet แผ่นงานใหม่ก็จะเพิ่มขึ้น (รูปที่ 1-3) หรือ เลื่อนลูกศรเมาส์ไปที่ Sheet แผ่นงานปัจจุบัน Clickเมาส์ปุ่มขวาเลือกแทรก กดเลือก แผ่นงาน กดปุ่ม ตกลง (รูปที่ 1-4)
วิธี ที่ 3 สามารถ เพิ่มจำนวน Sheet ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการกดปุ่ม Shift+F11 (กดปุ่ม Shift ค้างไว้หลังจากนั้นกดปุ่ม F11 ตาม) วิธีนี้สามารถสร้าง Sheet เพิ่มได้อย่างรวดเร็วและเพิ่ม Sheet ได้มากเกินกว่า 255 Sheet (วิธีที่ 1) แต่การเพิ่ม Sheet มากเกินไปก็จะส่งผลทำให้การโหลด Workbook นั้นมาใช้งานได้ช้าลงไปด้วย
การ ลบ Sheet เมื่อผู้ ใช้ไม่ต้องการ Sheet ที่บันทึกไว้ก็สามารถลบ Sheet ดังกล่าวนั้นได้ โดยกดเลือกแถบ Sheet ที่ต้องการลบ คลิกเมาส์ปุ่มขวาเรียกคำสั่งเมนูลัดขึ้นมา กดเลือกลบ โปรแกรมจะให้ยืนยันการลบอีกครั้ง กดปุ่ม ตกลง
การลบหลาย Sheet สามารถทำได้โดยการกดเลือกแถบ Sheet ที่ต้องการลบ ให้กดปุ่ม Shift ค้างไว้หลังจากนั้นให้คลิกเมาส์เลือก Sheet อี่น ๆ ที่ต้องการลบ ตามด้วยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาเรียกคำสั่งเมนูลัดขึ้นมา กดเลือกลบ โปรแกรมจะให้ยืนยันการลบอีกครั้ง กดปุ่ม ตกลง
ข้อควรคำนึง โดยปกติ ส่วนใหญ่แล้วโปรแกรม Excel จะมีการแสดงผลใน Sheet ต่าง ๆ ผู้ใช้สามารถเพิ่มจำนวน Sheet หรือลบ Sheet ออกไปได้ ควรมีจำนวน Sheet ที่จำเป็นเท่านั้น Sheet ที่ว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ ควรลบออกไป แฟ้มที่มี Sheet จำนวนมากจะส่งผลให้การเรียกแฟ้มนั้นมาใช้งานได้ช้าลงไปด้วย
การนำเครื่องคิด เลขมาไว้ในโปรแกรม Excel
กล่าวนำ
ปกติเวลาจะ เรียกเครื่องคิดเลขมาใช้งานต้องไปที่Start/Program/Accessories/Calculator ทำให้เสียเวลาและต้องเรียกใช้ตามลำดับอย่างนี้ทุกครั้งหลังจากปิดโปรแกรม เครื่องคิดเลขแล้ว เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้โปรแกรมดังกล่าวนี้ เทคนิค Excel ในครั้งนี้จึงขอแนะนำวิธีการนำเครื่องคิดเลขมาไว้ในโปรแกรม Excel โดยผู้ใช้สามารถกดปุ่ม สัญญลักษณ์เครื่องคิดเลขในแถบเครื่องมือมาใช้ได้เลย
การเพิ่มแถบ เครื่องมือเครื่องคิดเลข 1.ไปที่ มุมมอง/แถบเครื่องมือ/กำหนดเอง (รูปที่ 2-1)
2.
เลือกแถบคำ สั่ง ในส่วนของประเภทเลือก เครื่องมือ ในส่วนของคำสั่งด้านขวา เลือก กำหนดเองกดปุ่มเครื่องมือ  ที่เป็นสัญญลักษณ์เครื่องคิดเลขใช้เมาส์คลิกปุ่มนี้ค้างไว้และลากไปวาง ระหว่างกลุ่มของแถบเครื่องมือใน Excel ด้านบนหลังจากนี้เป็นต้นไป โปรแกรมเครื่องคิดเลขจะประดับอยู่คู่กับ Excel ตลอดไป
การลบแถบเครื่องมือเครื่อง คิดเลข การออก แบบ ปฏิทินให้มีขนาดพอดีใน 1 หน้ากระดาษแนวตั้ง ในรูปที่ 9 จำเป็นต้องลดขนาดความกว้างของสดมภ์และความสูงของแถวลง ก่อนออกแบบจึงควรมีแบบของปฏิทินในภาพรวมมาเป็นแนวคิดในการจัดการก่อน กล่าวคือ ปฏิทินใน 1 หน้านี้ ควรจะมีขื่อปฏิทินปี มีเดือนทั้ง 12 เดือน วันและวันที่ มีการกำหนดให้แถวแต่ละแถวบรรจุข้อมูลของปฏิทินลงไป
การตั้งค่าความสูงของแถว
ให้ ตั้งค่าดังนี้
แถวที่ 1-4 = 20 แถวที่ 5 = 9 แถวที่ 6 = 3 แถวที่ 77 = 9 แถวที่ 78 = 16
แถวที่ 7-76=16 (ตั้งค่าเป็นขนาด 16 ทั้งหมดก่อน หลังจากนั้น แถวคู่ที่ 8-76 = 3 โดยใช้ F4 ช่วย)

วิธี ปฏิบัติ
ตั้ง ค่าความสูงของแถวที่ 1-4 โดยเลื่อนเมาส์ไประบายเลือกแถว
ที่ 1-4 (คลิกเมาส์ไปยังแถวที่ 1 ค้างไว้ ลากลงมายังแถวที่ 4 กดเมาส์ปุ่มขวา เลือกความสูงของแถว (รูปที่ 3-3) หลังจากนั้นให้ป้อนค่าแถวสูง = 20 (รูปที่ 3-4) กดปุ่ม ตกลง
การ ตั้งค่าความสูงของแถวที่ 5-78 ให้ตั้งค่าตามที่ตั้งไว้ด้านบน ในส่วนของแถวที่ 7-76 ให้ตั้งค่า = 16 ทั้งหมดไว้ก่อน หลังจากนั้นให้เปลี่ยนการตั้งค่าเฉพาะในแถวคู่ตั้งแต่แถว 8-76 = 3 โดยใช้ F4 เป็นตัวช่วยเหลือในการใช้คำสั่งให้วนซ้ำ โดยให้ปฏิบัติดังนี้ เลื่อนเมาส์มากดเลือกแถวที่ 8 ตั้งค่าความสูงของแถวที่ 8 = 3 กดปุ่ม ตกลง ไปที่แถวที่ 10 หลังจากนั้นกด F4 ในส่วนที่เหลือก็ให้ไปที่แถวที่ต้องการและตามด้วยการกด F4 จะได้ผลการตั้งค่าความสูงของแถวตามค่าที่กำหนดไว้ 
 การ ตั้งค่าความกว้างของสดมภ์
ให้ ตั้ง ค่าดังนี้
สดมภ์ที่ A = 0.8 สดมภ์ที่ B = 1 สดมภ์ที่ C = 0.3 สดมภ์ที่ D = 3
สดมภ์ที่ E-AW สลับขนาดระหว่าง 0.3 และ 3 โดยเริ่มต้นที่ 0.3 ก่อน
สดมภ์ที่ AX = 1 สดมภ์ที่ AY = 3

การผสานเซลล์
หลัง จากได้มีการกำหนดค่าของแถวและสดมภ์ จนได้รูปแบบของปฏิทินเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
ขั้น ตอนต่อไป คือการจัดแนวกลาง (ผสานเซลล์) ให้กับเดือนและปี โดยการระบายแถบทึบจาก D7:P7 กดเมาส์ปุ่มขวาเรียกคำสั่งเมนูลัดขึ้นมา เลือก รูปแบบเซลล์ (รูปที่ 3-8) เพื่อเรียกกรอบตอบโต้ในการจัดรูปแบบเซลล์
ทดลองดูตัวอย่างก่อนพิมพ์
หลัง จากได้วางโครงร่างของปฏิทินได้ส่วนหนึ่ง ให้ไปที่ แฟ้ม/ตั้งค่าหน้ากระดาษ ในส่วนของกรอบตอบโต้ตั้งค่าหน้ากระดาษ คลิกเลือกแถบเครื่องมือ หน้า คลิกเลือกวางแนวตั้ง อัตราส่วนให้ปรับเป็น 90 เปอร์เซ็นต์
หลัง จากนั้นให้คลิกเลือก ระยะขอบ ให้ตั้งค่าดังนี้ ซ้าย = 1.4 ขวา = 0.4 บนและล่าง = 1.5 หัวและท้ายกระดาษ = 0.8 คลิกเลือกจัดกลางหน้ากระดาษ ตามแนวตั้ง กดปุ่มตกลง เมื่อตั้งค่าหน้ากระดาษเสร็จแล้ว ให้ไปที่ 0x08 graphic เพื่อดูตัวอย่างก่อนพิมพ์
การสร้างกล่องคำสั่งผสมและ การใช้ ฟังก์ชัน INDEX














วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บล็อกคืออะไร
บล็อก Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog โดยการผสมคำระหว่าง WEB ( Wolrd Wide Web) +LOG
(บันทึก) = บล็อก
บล็อก หมายถึงเว็บไซต์ ในรูปแบบย่อส่วน ที่มีรูปแบบเนื้อหาเรียบง่าย เป็นกันเอง เหมือนกับการ
บันทึกเรื่องพูดคุยกันของคนที่ชอบหรือสนใจในเรื่องเดียวกัน คล้ายกับบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ
แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น comments ให้กับผู้เข้าชม และก็จะมี link แนะนำไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีก
ด้วย
บล็อก (Blog) เป็น เว็บไซต์ที่เจ้าของสามารถบันทึกบทความ รูปภาพ วีดีโอ ของตนเอง (Personal
Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็น
บทความเฉพาะด้านต่างๆ สามารถบันทึกเรื่องราวของตนเองลงในเว็บได้ตลอดเวลา การสร้างเว็บบล็อกสามารถ
ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ซับซ้อน ไม่เสียสตางค์ ไม่จำเป็นต้องรู้ภาษา HTML อย่างน้อยขอให้มีความรู้พื้นฐาน
เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์บ้าง
บล็อก เป็นปรากฎการณ์ที่เปลี่ยนรูปแบบของการสื่อสารในอดีตอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเว็บไซค์
ซึ่งมีรูปแบบเป็นทางการมากกว่า บล็อกเกิดขึ้นมาเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปของเว็บไซค์ คนเขียนบล็อก
สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งสื่อสารมวลชน เขาสามารถสื่อสารกันเองในกลุ่มเล็กๆ หรือกลุ่ม
ใหญ่ก็ได้ ถ้าเรื่องไหน เป็นที่ถูกใจ ของชาวบล็อก ชาวเน็ต คนๆ นั้น อาจจะดังได้เพียงชั่วข้ามคืน โดยไม่จำเป็น
ต้องอาศัยสื่อหลักช่วยเลย
ตัวอย่างของ Blog ในขณะนี้คือ WeBlog ของ Blogger.com ซึ่งถ้าใช้โดเมนฟรี Url จะแสดงผลเป็น
ทำเว็บบล็อก.Blogspot.com แต่ถ้าจดโดเมนเอง จะเป็น ทำเว็บบล็อก.com
Tag คืออะไร
หลายๆ คนคงสังเกตเห็นไปแล้วนะครับว่าตรงบริเวณ New Entry (เขียนเรื่องใหม่) ของเรามีช่อง
เล็กๆ เพิ่มขึ้นมา ดังรูปข้างล่าง
ซึ่งก็มีคนลองใส่ไปแล้วพอสมควร คนที่ใส่ส่วนใหญ่จะรู้แล้วว่ามันคืออะไร สำหรับคนที่ไม่รู้ ช่องตรง
นี้เอาไว้ใส่ Tag ครับ ซึ่ง Tag ก็คือคำสั้นๆ สองสามคำ ที่เอาไว้อธิบายว่าเราเขียนเรื่องอะไร โดยพอใส่ไปแล้ว
Tag ของเราจะไปปรากฏใต้ Entry ที่เราเขียน ซึ่งเวลาที่ค้นหาจากหน้า Tag, Entry ของเราก็จะปรากฏในคำนั้น
ด้วย ตัวอย่าง Tag เช่น ผมเขียนเรื่อง ไปซื้อหนังสือที่งานหนังสือ ก็อาจจะใส่เป็น Book Bookfair Shopping
เป็นต้น หรือว่าถ้าเขียนเรื่องความรู้สึกหลังจากดู Seasons Change ก็อาจจะใส่เป็น Seasons Change, Movie,
Cinema, Review บางคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมอันบนไม่ต้องใส่ , (comma) แต่อันล่างต้องใส่ ซึ่งจะอธิบายใน
ส่วนต่อไปครับ
หลักการใส่ Tag
- ถ้าทุก Tag ไม่มีช่องว่าง เช่นจะใส่ Tag ว่า game,online,ragnarok ให้ใช้ space คั่นระหว่าง Tag ได้เลย เป็น
game online ragnarok ซึ่งจะนับเป็น 3 tags
- ถ้าบาง Tag มีช่องว่าง เช่นคำว่า "The Sims 2" หรือ "a day" มีวิธีใส่ให้เลือกสองวิธีครับ
• ใช้ comma คั่น โดยใส่เป็น game, The sims 2, a day โดยในกรณีนี้จะมองเป็น 3 tags
• ใช้เครื่องหมายคำพูด ครอบ tag ที่มีช่องว่าง โดยใส่เป็น game "The sims 2" "a day" ก็จะมองเป็น 3 tags
เช่นกัน จะเลือกวิธีแรกหรือวิธีนี้ก็ได้
• แต่ถ้าเราใส่ผิดเป็น game the sims 2 a day จะมองเป็น 6 tags คือ game,the,sims,2,a,day ซึ่งผิดจุด
ประสงค์
- คำที่มีอักษรตัวเดียวโดดๆ จะไม่นับเป็น Tag เช่น a,b,c,d..z,0...9 ดังนั้น จริงๆ แล้ว จากข้อที่แล้ว a กับ 2 จะไม่
นับเป็น tag
- คำว่า the โดดๆ ก็จะไม่นับเช่นกันครับ (แต่ถ้าอยู่กับคำอื่นเช่นใส่ว่า "The Sims" จะนับเป็น 1 tag ที่มีความยาว
8 ตัวอักษร ไม่งงนะ)
- ใส่ tag ได้มากที่สุด 10 คำต่อ 1 entry ครับ ใช้เฉพาะภาษาอังกฤษ
- ควรใส่ tag ให้ถูกต้อง มีความหมาย และเป็นที่นิยม โดยสามารถเช็คได้จาก หน้า tag ว่ามีใครใส่ tag อะไรที่
ใกล้เคียงกับเราไปแล้วบ้างหรือเปล่า เช่นจะ tag ว่า death note ควรจะมีเว้นวรรคหรือเปล่า (death note หรือ
deathnote) ก็ควรเช็คก่อนว่า แบบไหนที่มีคนเขียนไปแล้วมากกว่ากัน
ใส่ Tag ทำไม?
การใส่ Tag มีประโยชน์หลายอย่างดังนี้ครับ
• ใส่แล้ว exteen จะนำไปติดต่อกับ technorati ซึ่งเป็นเว็บรวม blog จากทั่วโลก ดังนั้น เวลาคนจากที่ต่างๆ
มา search tag ที่ตรงกับของเรา ก็จะเห็น blog เราด้วย
• ใส่แล้วจะปรากฏในหน้า Tag (ลิงค์จากหน้าแรก) เป็นการจัดหมวดหมู่ของเรื่องที่เขียนเหมือนๆ กัน ให้
อยู่รวมกัน ทำให้ค้นหาข้อมูลสะดวก เจ้าของบลอค ก็สามารถเผยแพร่เรื่องราวที่เขียน ได้ง่ายขึ้น คนหาก็
หาง่ายขึ้น
• ใส่แล้ว เราสามารถมาคลิกดูได้ว่า คนที่เขียน tag เหมือนเรานี้มีใครบ้าง จะได้สร้างเป็นสังคมย่อยๆ ต่อ
ไป
• สามารถดูเทรนด์ได้ว่า คนใน exteen ชอบเขียนเรื่องอะไรกัน